BMI หรือดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) คือค่าที่ใช้วัดว่าน้ำหนักของคุณเหมาะสมกับส่วนสูงหรือไม่ เป็นเครื่องมือง่ายๆ ที่แพทย์และนักโภชนาการใช้ประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพเบื้องต้น

สูตรคำนวณ BMI

BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) ÷ [ส่วนสูง (เมตร)]²

ตัวอย่าง: น้ำหนัก 65 กก. ส่วนสูง 165 ซม. (1.65 ม.) → BMI = 65 ÷ (1.65 × 1.65) = 65 ÷ 2.7225 = 23.9

เกณฑ์ BMI สำหรับคนเอเชีย (รวมถึงคนไทย)

คนเอเชียมีเกณฑ์ BMI ที่แตกต่างจากชาวตะวันตก เนื่องจากมีแนวโน้มสะสมไขมันในช่องท้องมากกว่าที่ค่า BMI เท่ากัน:

  • น้อยกว่า 18.5: น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ (Underweight)
  • 18.5–22.9: น้ำหนักปกติ สุขภาพดี (Normal)
  • 23.0–24.9: น้ำหนักเกิน ควรระวัง (Overweight)
  • 25.0–29.9: อ้วนระดับ 1 (Obese Class I)
  • 30.0 ขึ้นไป: อ้วนระดับ 2 ความเสี่ยงสูง (Obese Class II)

ข้อจำกัดของ BMI

BMI เป็นแค่ตัวบ่งชี้เบื้องต้น ไม่ได้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับสุขภาพ เพราะ:

  • ไม่แยกแยะระหว่างมวลกล้ามเนื้อและไขมัน นักกีฬากล้ามเนื้อสูงอาจมี BMI สูงแต่ไม่ได้อ้วน
  • ไม่บอกการกระจายตัวของไขมัน ไขมันในช่องท้องอันตรายกว่าไขมันใต้ผิวหนัง
  • ไม่เหมาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์
  • ไม่คำนึงถึงปัจจัยพันธุกรรมและสุขภาพโดยรวม

เป้าหมายแคลอรีตาม BMI

NUBI จะช่วยคำนวณคำแนะนำแคลอรีที่เหมาะสมตาม BMI ของคุณ เมื่อคุณวิเคราะห์อาหาร ระบบจะบอกว่าอาหารนั้นเหมาะกับสถานะ BMI ของคุณมากน้อยแค่ไหน

วิธีลด BMI อย่างปลอดภัย

  1. ลดแคลอรี 300–500 กิโลแคลอรีต่อวัน ไม่ลดมากเกินไป
  2. ออกกำลังกายแบบแอโรบิก 150 นาทีต่อสัปดาห์
  3. เพิ่มการออกกำลังกายแบบแรงต้าน สร้างกล้ามเนื้อเพิ่มการเผาผลาญ
  4. กินโปรตีนสูง ช่วยอิ่มนาน ลดความอยากอาหาร
  5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การอดนอนทำให้อยากอาหารมากขึ้น
  6. ติดตามความก้าวหน้าทุก 2–4 สัปดาห์